<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เสื่อมสมรรถภาพ &#8211; QRSPelviCenter</title>
	<atom:link href="https://www.qrspelvicenter.net/category/erectile-dysfunction/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.qrspelvicenter.net</link>
	<description>ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ QRSPelviCenter.net</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Apr 2016 09:01:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>เสื่อมสมรรถภาพ ในเพศชาย</title>
		<link>https://www.qrspelvicenter.net/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Apr 2016 07:38:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เสื่อมสมรรถภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.qrspelvicenter.net/?p=373</guid>

					<description><![CDATA[เสื่อมสมรรถภาพ ในเพศ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><strong><span style="color: #ff0000;">เสื่อมสมรรถภาพ ในเพศชาย</span></strong></h2>
<p>โรคท๊อปฮิต ของคุณผู้ชาย โรคที่ผู้ชายหลายคนกลัวกันมากมาย นั่นคือ โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือโรคเสื่อมสมรรถ เรียกสั้นๆว่า ED (Erectile Dysfunction)จากข้อมูลการสำรวจของสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์พบว่า ร้อยละ 30 หรือ 1 ใน 3 ของชายไทยที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีอาการของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่นเดียวกับผู้ชายทั่วโลก ผู้ชายจึงควรทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ดี</p>
<h4><span style="color: #ff0000;">การแข็งตัวขององคชาตเกิดขึ้นได้อย่างไร</span></h4>
<p>การแข็งตัวขององคชาตเกิดขึ้นได้ เมื่อหลอดเลือดแดงในอวัยวะเพศขยายตัวหลังได้รับการกระตุ้นทางเพศที่เหมาะสม ทำให้เลือดไหลเข้าไปในอวัยวะเพศมากขึ้นๆ แต่ไหลกลับออกไปสู่ร่างกายได้น้อยกว่า อวัยวะเพศจึงค่อยๆขยายตัวและแข็งขึ้นจนสามารถสอดใส่เข้าสู่ช่องคลอดได้</p>
<p>โดยธรรมชาติ องคชาตของผู้ชายไม่จำเป็นต้องแข็งตัวได้ดี หรือแข็งตัวเต็มที่เหมือนกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความเครียดจากการงาน ความอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม จึงส่งผลให้องคชาตไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้น้อยจนดูเหมือนเป็นปัญหา แต่ถ้าเป็นเพราะปัจจัยเหล่านี้ ก็จะเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากทางการแพทย์จะถือว่าผู้ป่วยเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็ต่อเมื่อมีอาการต่อเนื่องกันนานประมาณ 6 เดือน</p>
<h4><strong><span style="color: #ff0000;">สาเหตุของโรค ED เกิดได้จาก</span></strong></h4>
<h5><strong> สาเหตุทางกาย</strong></h5>
<p>อันเนื่องมาจากผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่น ป่วยด้วยโรคทางระบบหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน หรือป่วยด้วยโรคทางระบบประสาท โดยโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงสุดคือเบาหวาน เนื่องจากเป็นโรคที่มีผลกระทบทั้งต่อระบบหลอดเลือดและระบบประสาท นอกจากนี้ยังมีเรื่องของมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งการผ่าตัดรักษาอาจส่งผลต่ออาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ค่อนข้างสูง</p>
<h5><strong>สาเหตุทางด้านจิตใจ</strong></h5>
<p>หากไม่ใช่โรคทางจิตเวชโดยตรง เช่น โรคซึมเศร้า ก็มักมีสาเหตุมาจากความเครียด ความวิตกกังวล เช่น วิตกกังวลว่าจะทำไม่สำเร็จ โดยผู้ป่วยบางรายเคยประสบความล้มเหลวในการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วหนึ่งหรือสองครั้ง โดยอาจจะมีสาเหตุมาจากการขาดประสบการณ์หรือความไม่พร้อมในบางด้าน ไม่ได้เกี่ยวกับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศแต่อย่างใด แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ขาดความมั่นใจ กลัวจะต้องพบกับความล้มเหลวเหมือนเช่นที่ผ่านมา ภาวะวิตกกังวลนี้เรียกว่า “Performance Anxiety” ซึ่งจะส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เลือดเข้าไปเลี้ยงองคชาตได้น้อยลง จนไม่สามารถแข็งตัวได้ ทั้งที่หลอดเลือดก็ไม่ได้มีความผิดปกติใดๆ</p>
<p><a href="https://www.qrspelvicenter.net/wp-content/uploads/2015/04/qrspelvicenter.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-210" src="https://www.qrspelvicenter.net/wp-content/uploads/2015/04/qrspelvicenter.jpg" alt="qrspelvicenter" width="700" height="250" srcset="https://www.qrspelvicenter.net/wp-content/uploads/2015/04/qrspelvicenter.jpg 700w, https://www.qrspelvicenter.net/wp-content/uploads/2015/04/qrspelvicenter-300x107.jpg 300w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></a></p>
<h4><span style="color: #ff0000;"><strong>อาการของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่สำคัญได้แก่</strong></span></h4>
<p>1. การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction)<br />
หมายถึง การที่องคชาตไม่สามารถแข็งตัว หรือแข็งตัวได้น้อยมาก จนไม่สามารถสอดใส่และทำให้การร่วมเพศประสบความสำเร็จได้ หรือในบางรายอาจสอดใส่ได้ แต่กลับอ่อนตัวลงทั้งที่ยังไม่มีการหลั่ง ซึ่งโดยปกติองคชาตจะอ่อนตัวลงหลังจากถึงจุดสุดยอดและมีการหลั่งน้ำอสุจิแล้ว</p>
<p>2. การหลั่งเร็ว (premature ejaculation) หรือที่มักเรียกกันในเชิงล้อเลียนว่า ล่มปากอ่าว หรือนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ อาการกลุ่มนี้จะแตกต่างจากกลุ่มแรกตรงที่การแข็งตัวขององคชาตไม่ได้เสียไป องคชาตยังคงแข็งตัวและสอดใส่ได้ เพียงแต่สอดใส่ได้ไม่นานก็ถึงจุดสุดยอด เกิดการหลั่งของน้ำอสุจิเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้</p>
<p>3. ไม่มีความต้องการทางเพศ (loss of sexual desire) [P1]ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามช่วงวัย มักพบในผู้สูงอายุ โดยสาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากฮอร์โมนเพศชายที่ลดลง แต่พบได้น้อยเนื่องจากฮอร์โมนเพศชายจะหมดช้า แตกต่างจากฮอร์โมนเพศหญิงที่พอหมดช่วงวัยก็จะลดลงค่อนข้างรวดเร็ว</p>
<h4><span style="color: #ff0000;"><strong>แนวทางในการรักษา</strong></span></h4>
<p>1. โดยการใช้ยาในการรักษา<br />
ยาที่ใช้จะมีกลไกทำให้หลอดเลือดบริเวณอวัยวะเพศเกิดการขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การแข็งตัวดีขึ้นและนานขึ้น แต่ยาจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีกลไกทางธรรมชาติเข้ามาเสริมฤทธิ์ กล่าวคือ หลังจากรับประทานยาแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง ผู้ป่วยจะต้องมีการกระตุ้นทางเพศ องคชาตจึงจะแข็งตัว เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อร่างกายมีการหลั่งสารที่เกิดจากการกระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่รับประทานยาแล้วนั่งรอเฉยๆ ให้องคชาตแข็งตัวเอง ยาก็จะไม่ได้ผล ทั้งนี้ในส่วนของการใช้ยา ผู้ป่วยควรสอบถามวิธีการใช้จากแพทย์ผู้ทำการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>2. การใช้อุปกรณ์ช่วยต่างๆ<br />
เช่น การใช้กระบอกสุญญากาศ ลักษณะเหมือนกระบอกพลาสติก ใช้สวมครอบองคชาต ตรงปลายกระบอกจะมีท่อต่อกับลูกบีบ คล้ายลูกบีบวัดความดันเพื่อดูดเอาอากาศออก ด้วยวิธีนี้เลือดจะวิ่งเข้ามาคั่งอยู่ในองคชาต ทำให้เกิดการแข็งตัว ก่อนเอาอุปกรณ์ออกต้องใช้อุปกรณ์สำหรับรัด รัดบริเวณโคนขององคชาตเพื่อกันไม่ให้เลือดไหลกลับ หลังจากมีการร่วมเพศแล้ว จึงค่อยดึงอุปกรณ์รัดนั้นออก ซึ่งกระบอกสุญญากาศนี้สามารถซื้อหาได้ง่าย และราคาไม่แพงเกินไป แต่ผู้ป่วยบางคนก็ไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่ามีขั้นตอนยุ่งยากและไม่เป็นธรรมชาติ</p>
<p>3. โดยการผ่าตัด<br />
การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศเทียม เป็นการผ่าตัดใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปในองคชาต เพื่อให้องคชาตแข็งตัว ซึ่งแท่งซิลิโคนนี้มีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่เป็นซิลิโคนทั้งแท่ง ทำให้องคชาตแข็งตัวอยู่ตลอด แต่สามารถหักพับงอได้ กับแบบเป็นแท่งซิลิโคนที่ตรงกลางเป็นช่องว่างเพื่อใส่น้ำเข้าไป โดยกลไกเก็บน้ำและตัวปั๊มจะอยู่ที่บริเวณถุงอัณฑะ เมื่อมีเพศสัมพันธ์และต้องการให้องคชาตแข็งตัว ให้บีบที่ตัวปั๊ม น้ำที่เก็บกักไว้ก็จะไหลเข้าไปตรงช่องว่างของแท่งซิลิโคน เมื่อสิ้นสุดการใช้งาน น้ำในแท่งซิลิโคนก็จะถูกดูดกลับไปไว้ยังที่กักเก็บเช่นเดิม การรักษาโดยวิธีนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากยุ่งยาก เจ็บตัว และมีราคาแพง</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">4. โดยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์แนวใหม่ นวัตรกรรมใหม่</span></strong><br />
<strong><span style="color: #ff0000;"> ปัจจุบันมีเครื่องมือแพทย์เกิดขึ้นมามากมาย เพื่อช่วยรักษา และบำบัดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของคุณผู้ชาย หนึ่งในนั้นที่แนะนำก็คือ QRS PelviCenter เพราะมีงานวิจัยและรองรับถึงผลการรักษา และช่วยให้อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดจากปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อน จะได้รับการบำบัด และแก้ไขในระยะเวลาอันสั้น และได้ผลดี เพราะเป็นหลักการของธรรมชาติบำบัด (ศึกษารายละเอียดได้เพิ่มจากจากเวปไซด์ และการค้นหาผ่านทางออนไลน์ต่างๆ)</span></strong></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
